มารู้จักม้าพันธุ์ลิปิซานเนอร์กันเถอะ

Categories:  อินเตอร์เน็ต
Tags:

ม้าสายพันธุ์ลิปิซาน เนอร์ได้ถูกเพาะเลี้ยงที่เมืองลิปีซาน แห่งแคว้นคาร์เทจ เมื่อกว่า 2000 ปีมาแล้ว โดยม้าพันธุ์นี้มีสายเลือดที่สืบเชื้อสายมาจากม้าพันธุ์อาหรับและบาร์บของสเปน ซึ่งเป็นม้าต้นตำหรับของสายพันธุ์อัลดาลูเชียนที่ยิ่งใหญ่ของสเปน ถัดมาในยุคแขกมัวร์ครองอำนาจเหนือสเปน ก็ยังคงมีการนำอาหรับมาผสมอยู่บ้างประปราย และช่วงนี้ชาวสเปนที่อยู่ภายใต้การปกครองของแขกมัวร์ได้ส่งม้าออกไปยังอิตาลี และที่เมืองเฟ็ดเดอริสเบอร์กประเทศเดนมาร์ก และที่อิตาลีก็ได้กำเนิดลิปิซานเนอร์ตัวเก่งต้นตระกูล นีอาโพลิตัน ที่โด่งดังไปทั่วยุโรป
ลักษณะเด่นของม้าพันธุ์ลิปิซานมีดังนี้
1.แรกเกิดสีดำ หรือออกเทาๆ โตขึ้นสีจางลงและเปลี่ยนเป็นขาวในที่สุด หางและขนแผงคอสีขาว
2.หูเล็ก ตากลมโต คอสั้นหนา รูปร่างกำยำล่ำสัน เป็นมิตรกับคนง่าย ตัวผู้สูง 155-160 ซม. ตัวเมียสูงประมาณ 140-150 ซม.
3.กีบแข็งแรงทนทาน มีสีขาวหรือดำ ไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องโรคกีบ
4.ใช้เป็นม้าโชว์ ม้าขี่เล่น ม้าสวยงาม
5.ม้าที่มีสายเลือดลิปิซานเนอร์แต่ไม่ใช่ Pure Breds จะเรียกว่า Part Breds, Part Lipizzaners
6.เป็นม้าที่เป็นหนุ่มเป็นสาวช้ากว่าม้าสายอื่นๆ ที่โดยปกติจะใช้เวลา 3 ปี แต่ลิปิซานเนอร์จะใช้เวลา 4- 5 ปี จึงจะเริ่มเป็นหนุ่มหรือสาว เนื่องจากโครงสร้างใหญ่กว่าม้าปกติ
สำหรับม้าลิปิซานเนอร์มีเอกลักษณ์อีกอย่างที่สังเกตุเห็นได้โดยง่ายคือ การมีสันจมูกโค้งลงหาพื้นดิน กลับทางกับม้าสายอาหรับที่มีสันจมูกเชิดงอนขึ้น และเนื่องจากม้าพันธุ์นี้ทั่วโลกมีเหลือแค่ประมาณ 3,000 ตัว จึงได้ขึ้นทะเบียนไซเตสเป็นสัตว์อนุรักษ์ไว้ สำหรับในเมืองไทย หากใครต้องการผสมพันธุ์ก็สามารถหาพ่อพันธุ์ได้จากตามแหล่งต่างๆ ดังนี้
1.พ่อม้ามิลเลอร์ของ ภูผาหมอก โคราช
2.พ่อม้า Milky Way ของคุณต๋อ คอกม้าธาราโชติ ที่ จ.ระยอง
3.พ่อม้าตัวที่สวยที่สุดในประเทศไทยของคุณชำนาญ อยู่ที่ จ. เชียงใหม่
4.พ่อม้าของคุณเอ็ดดี้ ปัจจุบันอยู่ที่ชัยนาท ตัวนี้เป็นพ่อลิปิซานเนอร์สายเลือดใหม่ที่น่าจะมาแรงที่สุด
5.ม้าพันธุ์ควอเตอร์หรือ ควอเตอร์ฮอร์ส หรืออเมริกันควอเตอร์ฮอร์ส
ม้าพันธุ์นี้จัดเป็นม้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอเมริกาจนยุคปัจจุบัน และมีจำนวนม้าสายพันธุ์นี้ทั่วโลกที่ขึ้นทะเบียนไว้มากกว่า 5 ล้านตัว ลักษณะเด่นของม้าพันธุ์นี้คือ ล่ำสันบึกบึน สูงประมาณ 150-155 ซม. คอสั้น หน้าอกกว้างกำยำ สะโพกกลมบ่งบอกถึงแหล่งกำเนิดอันมหาศาลของพละกำลัง เชื่อง เมื่อฝึกดีแล้วจะสงบนิ่งมากเหมาะสำหรับการขี่เล่นเพื่อสันทนาการ เช่น การขี่ข้ามภูมิประเทศ การขี่ม้าอ้อมถังเบียร์ หรือในการขี่ม้าจับลูกวัวของคนอเมริกัน

ม้าแคระ ความน่ารักที่ใครๆก็หลงรัก

Categories:  อินเตอร์เน็ต
Tags:

ในประเทศไทยมีม้าหลายสายพันธ์ด้วยกัน และใช้ในหลายๆด้าน เช่น แข่งกีฬา ขี่เพื่อความเพลิดเพลิน หรือเลี้ยงเพื่อความชอบส่วนตัว แต่ที่ฮิตโดนใจเด็กคงหนีไม้พ้นม้าแคระ หรือที่เรียกกันว่า Pony แต่อันที่จริงนั้นม้าแคระมีชื่อเรียกว่า Miniature Horse ซึ่งมีส่วนสูงเพียงแค่ 140-150 ซม. เท่านั้น คนตัวเล็กสามารถขี่ได้สบาย แต่ส่วนใหญ่ให้เด็กขี่มากกว่า ม้าที่เรียกว่าโพนี่นั้น เหมาะที่จะใช้สำหรับขี่เล่น หรือเลี้ยงไว้เพื่อความเพลิดเพลินยามได้ดูม้าเล็มหญ้า หากเป็นคอคนรักม้าจริงๆ แล้ว แค่นั่งมองม้าก็นั่งได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

ม้าแคระ มีจุดกำเนิดในหมู่เกาะ เซ็ตแลนด์ที่ตั้งอยู่ตะวันออกเฉียงเหนือของแผ่นดินใหญ่สกอตแลนด์ ม้าแคระขนาดเล็กที่ได้รับการดูแลและเก็บไว้ในเกาะเช็ตแลนด์เกาะตั้งแต่ ยุคประวัติศาสตร์หลังยุคหินและก่อนยุคเหล็กบรอนซ์ ม้าแคระเซ็ตแลนด์เหล่านี้จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 25-30 ปี การเลี้ยงดูก็ง่าย เพราะว่ามีคุณสมบัติเหมือนม้าทุกประการ กินหญ้า ฟาง แครรอท ผักสด ผลไม้ เป็นอาหาร แต่ก็ต้องปล่อยให้เขาอยู่ในสนามหญ้าเป็นครั้งคราว

การที่จะบอกว่าม้าแคระจริงหรือไม่ก็ต้องดูที่ส่วนสูง โดยเขาจะกำหนดให้มีความสูงไม่เกิน 82-91 ซม. คือหากจะว่าโดยทั่วไปแล้วจะมีขนาดเล็กกว่าม้าไทยเสียอีก เพราะว่าม้าไทยตัวเมียโดยเฉลี่ยจะสูงประมาณ 115-120 ซม. และตัวผู้จะสูงประมาณ 125-130 ซม.  มีจุดสังเกตจาก หัวเล็ก ลำตัวกะทัดรัด สีขนส่วนใหญ่สีดำหรือน้ำตาล ขนยาวเป็นเงา สายตาดี เป็นสัตว์ที่เชื่อง มีความสุภาพ ไม่ก้าวร้าว สามารถนำมาฝึกได้ นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง ขาสั้น ที่สั้น  แผงคอและหางยาว และขนดกหนาที่ช่วยกันอากาศหนาว

ม้าแคระมีประโยชน์ในเรื่องของช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เช่น ใช้จูง แทนสุนัข สำหรับในอดีตใช้ดึงรถลาก แต่ในปัจจุบันใช้ในการแสดงและให้เด็กขี่มากกว่า ในปัจจุบันเริ่มมีคนเพาะพันธุ์ม้าแคระกันมากขึ้นมีฟาร์มต่างๆเปิดให้เยี่ยมชมมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจอยากพาลูกหลานไปลองสัมผัสม้าแคระตัวเป็นๆก็ไม่ใช่เรื่องยาก

อุบัติเหตุและอันตรายจากกีฬาขี่ม้า

Categories:  อินเตอร์เน็ต
Tags: , ,

การเล่นกีฬานั้นเปรียบเสมือนการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง แต่ยังมีกีฬาอีกหลายประเภทที่อันตรายอย่างมาก แต่มีคนบางกลุ่มที่ชื่นชอบความท้าทายและอยากจะลองเสี่ยงกับมันดูสักครั้ง เช่น กีฬาขี่ม้าเป็นกีฬาที่อันตรายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะจะมีกีฬากี่ชนิดที่เราต้องทำงานร่วมกับสัตว์ที่มีชีวิตซึ่งเป็นเรื่องยากมาก เพราะเราต้องควบคุมม้าให้มีจังหวะการเดินและการวิ่งสอดคล้องกับตัวผู้เล่น มีอุบัติเหตุร้ายแรงหลายครั้งเกี่ยวกับกีฬาขี่ม้า เหมือนที่เคยมีข่าวว่ามีนักกีฬาคนหนึ่งตกจากหลังม้าและได้รับบาดเจ็บหลายแห่งทั้ง อาการเคล็ด, กระดูกหัก และบาดเจ็บบริเวณข้อเท้า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนขี่เท่านั้น มีรายงานว่ามีเด็ก 4 คนได้ถูกม้าเตะเข้าอย่างจังเพราะพวกเด็กๆได้เดินเข้าไปหาม้าจากทางด้านหลังนั่นเอง

การขี่ม้ามีกำเนิดมาจากชาติตะวันตก ซึ่งเป็นเมืองหนาว จึงไม่แปลกที่การแต่งกายจะค่อนข้างมิดชิด ซึ่งก็ถือเป็นสิ่งดีเพราะจะป้องกันแขนขาจากการเกิดบาดแผลถลอกหรือฉีกขาด จากการถูกกิ่งไม้เกี่ยวได้ ดังนั้นควรเลือกใส่หมวกที่ดีไซน์สำหรับการขี่ม้าโดยเฉพาะ แม้แต่รองเท้าบู๊ตสำหรับขี่ม้าถ้าเป็นแบบยาวก็จะช่วยป้องกันการบาดเจ็บในส่วนกระดูกแข้งได้โดยระหว่างขี่ให้สอดเฉพาะส่วนปลายเท้าเข้าไปในโกลน เพราะถ้าเกิดตกม้าแล้วเท้าติดอยู่กับโกลนก็จะทำให้ถูกม้าลากไปได้และมีการบาดเจ็บมากขึ้นไปอีก นอกจากการดูแลเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยแล้ว ผู้ขี่ควรจะให้ความรักกับม้า และสังเกตอารมณ์ตลอดจนพฤติกรรมของม้าให้ดี เพื่อความปลอดภัยในการขี่

การบาดเจ็บจากการขี่ม้าส่วนใหญ่เกิดจากการตกม้า การบาดเจ็บจากการถูกม้าดีด หรือกระแทกล้มขณะที่ไม่ได้ขี่ ซึ่งอาจเป็นตอนที่ดูแลม้า ให้อาหาร แปรงขน จูงเดิน เป็นต้น โดยส่วนใหญ่เกิดการบาดเจ็บกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุกีฬาขี่ม้านั้นเรียกได้ว่าเกิดขึ้นได้กับทุกส่วน เหมือนกับอุบัติเหตุจากการขับรถเลยทีเดียว แต่ส่วนที่เกิดได้บ่อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ศีรษะ หลัง และไหล่ ความรุนแรงของการบาดเจ็บส่วนใหญ่มักเป็นเพียงการฟกช้ำจากการกระทบกระแทก แต่ในบางครั้งก็อาจถึงขั้นกระดูกหักหรือข้อเคลื่อนหลุดได้เหมือนกัน การขี่ม้าไม่ใช่เป็นสิ่งที่น่ากลัว แต่จะต้องอาศัยความกล้าเพราะเมื่อเราขึ้นไปอยู่บนหลังม้าแล้ว สิ่งที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยได้นั้นคือ เราจะต้องทำให้ม้าเกิดความมั่นใจตัวเราว่าเราสามารถบังคับเขาได้

3 สิ่งในการเตรียมตัวขี่ม้า

Categories:  อินเตอร์เน็ต
Tags:

3 สิ่งในการเตรียมตัวขี่ม้า
โรงเรียนขี่ม้า
การเริ่มต้นเรียนขี่มาจากโรงเรียนที่ดีย่อมเกิดประโยชน์กับตัวนักเรียนเอง เป็นอย่างมาก การเรียนขี่ม้าจากโรงเรียนที่มีค่าเล่าเรียนแพงหรือถูก ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรงเรียนที่ดีหรือไม่ดี เพราะโรงเรียนขี่ม้าที่ดีนั้น ย่อมต้องมีสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดภัย และมีครูที่ดีซึ่งได้ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี นอกจากนี้การเตรียมสถานที่เรียนให้เหมาะสมกับสภาพการที่จะเรียนขี่ม้าก็มี ความสำคัญเป็นอย่างมาก อาทิ การเตรียมสนามขี่ม้า การเตรียมการเรื่องทฤษฎีต่าง ๆ การเริ่มต้น จากโรงเรียนที่ไม่ดีเท่ากับว่าจะเสียเวลาในการเริ่มต้นไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งการที่คุณเลือกเดินทางมาหาเรานั้น บอกได้เลยว่า คุณตัดสินใจถูกแล้ว ชมรมขี่ม้าทหารม้ารักษาพระองค์ นั้น ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของกีฬาขี่ม้าในประเทศไทยเลยก็ว่าได้

ครูขี่ม้า
ครูขี่ม้าที่ดีนั้น เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการขี่ม้าเป็นอย่างมาก เพราะการขี่ม้านั้น จัดว่าเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ผู้ที่ขี่ม้าเก่งไม่จำเป็นต้องเป็นครูฝึกม้าที่ดีเสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการถ่ายทอดของแต่ละบุคคล ครูขี่ม้าที่ดีต้องสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนได้และต้องสามารถถ่ายทอด ให้นักเรียนได้เข้าใจถึงวิธีบังคับม้าที่ถูกต้อง และต้องคอยแก้ไขปัญหาต่างๆอันเกิดจากการขี่ม้าให้แก่นักเรียนได้ทุกเวลา ครูขี่ม้าที่ดีต้องมีความละเอียดรอบคอบอย่างสูง มิฉะนั้นแล้ว อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุแก่นักเรียนและม้าได้โดยไม่ได้ตั้งใจ ก็เป็นได้

อุปกรณ์ในการขี่ม้า
อุปกรณ์ในการขี่ม้าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพราะอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ออกแบบและพัฒนาเพื่อนักขี่ม้าโดยเฉพาะ มุ่งเน้นในเรื่องการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และยังช่วยให้สามารถบังคับม้า หรือสื่อสารความเข้าใจระหว่างผู้ขี่ม้ากับม้าได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนที่สุด คุณกับม้าของคุณจะเข้าขากันได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับม้าของคุณ ซึ่งอาจแยกได้เป็น อุปกรณ์คน และอุปกรณ์ม้า

ประโยชน์ของการขี่ม้า
1. เสริมสร้างบุคลิกภาพ หลังตรง อกผายไหล่ผึ่ง ดูสง่างาม มั่นใจในตนเอง
2. เสริมสร้างสมาธิ ช่วยแก้ไขเด็กสมาธิสั้น ลดความซนของเด็ก
3. สร้างพัฒนาการด้านอารมณ์ ไม่หงุดหงิดง่าย
4. ให้มีใจรักสัตว์ โอบอ้อมอารี
5. ได้ความภูมิใจในกีฬาชนิดนี้ ที่น้อยคนนักจะได้เข้ามาสัมผัส
6. อาชาบำบัด ในกลุ่มเด็กพิเศษ

ความนิยมเลี้ยงม้าในประเทศไทย

Categories:  อินเตอร์เน็ต
Tags: , ,

C12464692-112
ม้าเป็นสัตว์ที่คนนิยมนำมาเลี้ยง ไม่ต่ำกว่า 5,๐๐๐ ปีมาแล้ว ม้าจึงเปรียบเหมือนสมาชิกภายในบ้าน เป็นทั้งผู้รับใช้ และเป็นทั้งเพื่อนไปในตัว ม้าเป้นสัตว์ตระกูลสูงที่มีประโยชน์ทั้งในเวลาปกติและในเวลาสงคราม ม้าใช้งานจะมีรูปร่างใหญ่ แข็งแรง ลำตัวหนาเหมือนวัว นิสัยสงบเงียบ ส่วนม้าใช้ขี่รูปร่างเพรียว กระดูกสมส่วน นิสัยคล่องแคล่ว ว่องไว รูปร่างของม้าโพนี่ที่ดี เมื่อดูแล้วจะต้องได้สัดส่วนและสมดุล เราอาจสังเกตดูนิสัยม้าได้จากนัยน์ตาม้า ถ้าตาเล็กนิสัยจะไม่ดี โดยธรรมชาติม้าจะมีนิสัยตื่นตกใจง่าย ดังนั้นเราจะต้องเข้าหามันด้วยความนุ่มนวล เมื่อม้าทำผิด เราจะต้องทำโทษทันที มิฉะนั้นมันจะจำไปตลอดและลืมยาก แต่เมื่อทำดีเราจะต้องชมโดยตบที่คอเบาๆ นิสัยไม่ดีของม้าใช่มีมาแต่กำเนิด แต่เกิดจากสิ่งแวดล้อมในภายหลังเราสามารถจะแก้ได้โดยอาศัยคนเลี้ยง คนเลี้ยงม้าที่ดีจะต้องเป็นคนเงียบ เรียบร้อย มีความเมตตาต่อสัตว์ ไม่ลุกลี้ลุกลน ทำอะไรต้องสม่ำเสมอ และมั่นคง

ส่วนใหญ่เราใช้ม้าเพื่อวิ่ง ดังนั้นสิ่งสำคัญของม้าคือ ขา ความอดทน แข็งแรงของขาและเท้าของม้าจะต้องตั้งตรง มีมุมของเท้าที่เหมาะสม ขาหลังของม้าเปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่ใช้ส่งกำลังดันตัวม้าไปข้างหน้า ส่วนขาหน้าซึ่งติดกับร่างกายด้วยกล้ามเนื้อและเอ็น จะเป็นตัวลดแรงกระแทก ไหล่ม้าควรจะยาว ลาดเอียง ถ้าไหล่ตรงจะวิ่งไม่ทน อกต้องเล็ก กว้างและมีกล้ามเนื้อ กระดูกซี่โครงยืดหยุ่นได้ดี เพื่อให้พื้นที่สำหรับหัวใจและปอดทำงานได้เต็มที่ ถ้าอกตื้น ขาลีบ ปอดม้าจะทำงานไม่เต็มที่ หลังจะต้องตรง กว้าง แข็งแรง ม้าหลังสั้นจะขี่สบาย แต่วิ่งไม่เร็ว ม้าหลังยาวจะไม่แข็งแรง ม้าคอยาวจะแข็งแรงได้สัดส่วนในการรับศีรษะ ถ้าม้าคอหนาเหมือนคอแกะจะเอี้ยวคอไม่สะดวก หน้าม้าจะต้องกว้าง ถ้าหน้าแคบ ช่องลมหายใจจะเล็ก รูจมูกต้องกว้างเพื่อให้ลมผ่านเข้าออกได้สะดวก หูจะต้องใหญ่และตอบสนองต่อเสียงได้ดี ม้าที่สะบัดหูไปมาบ่อยครั้งจะเป็นม้าที่ตื่นกลัวง่าย ม้าที่หูลู่ไปข้างหลังมากจะเป็นม้าที่ดุร้าย นัยน์ตาม้าจะต้องดูแจ่มใส มีแววของความเป็นมิตร ม้าที่ตาเล็ก ตาคล้ายเหยี่ยว จะเป็นม้าที่นิสัยไม่ดี เมื่อเราดูแต่ละจุดของตัวม้าแล้วก็ดูทั้งตัว ม้าจะต้องดูแข็งแรง กลมกลืนกันทุกส่วน สุดท้ายก็ดุการเคลื่อนไหว ขาต้องตรง และเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะ

ม้าไทยแท้มีอยู่สองสายพันธุ์ คือ สายพันธุ์มองโกล ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนแต่ยุคโบราณ กับอีกสายพันธุ์คือสายพันธุ์ไทยใหญ่ที่มีพื้นฐานมาจากม้ามองโกลเหมือนกันแต่ภายหลังได้รับอิทธิพลจากม้าที่มาจากประเทศพม่า โดยเฉพาะช่วงที่พม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษนั้น ข้าหลวงที่ปกครองพม่าจะมาจากอินเดีย และเมื่อย้ายมาอยู่ที่พม่าก็จะนำม้ามาด้วย และเป็นที่รับรู้กันว่าม้าของข้าหลวงอังกฤษที่ปกครองอินเดียนั้นได้ผสมผสานกับม้าพื้นเมืองของอินเดียที่ภายหลังพัฒนามาเป็นม้ามาวารี หรือม้าอาหรับเวอร์ชั่นอินเดียที่โด่งดัง พม่าก็ได้รับอิทธิพลม้าสายนี้มาเช่นกัน และเมื่อมีศึกกับไทย ม้าเหล่านี้ก็กระจายมาโดยการเป็นพาหนะของทหารในการสงคราม